Tips & Tricks
คู่มือทีละขั้นตอน เพื่อคืนพื้นที่หลายกิกะไบต์ — โดยไม่ต้องกังวลว่าจะลบอะไรผิด
“ดิสก์เริ่มต้นของคุณเหลือพื้นที่น้อยมากแล้ว” ไม่มีข้อความไหนน่าหงุดหน่ายไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับผู้ใช้ MacBook เมื่อพื้นที่เต็ม ทุกอย่างจะช้าลง — แอปเปิดนานขึ้น, macOS ไม่มีพื้นที่สร้าง swap file, แม้แต่งานง่ายๆ ก็เริ่มติดขัด ข่าวดีคือ MacBook ส่วนใหญ่มีข้อมูลขยะที่ลบได้อย่างปลอดภัยเป็นกิกะไบต์ และใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ
STEP 1 ดูก่อนว่าพื้นที่หายไปไหน
ก่อนจะลบอะไร ให้รู้ก่อนว่าอะไรกินพื้นที่อยู่ macOS มีเครื่องมือสรุปพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัว ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเปิดดูเลย
ไปที่ Apple Menu → System Settings → General → Storage รอสักครู่ให้ระบบวิเคราะห์ไดรฟ์ คุณจะเห็นแถบสีที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ถูกแบ่งอย่างไร — แอปพลิเคชัน, รูปภาพ, เอกสาร, System Data และอื่นๆ
พื้นที่จัดเก็บข้อมูลโดยทั่วไปของ MacBook 256GB
รูปภาพ & วิดีโอ
~40–80GB
แอปพลิเคชัน
~20–40GB
โฟลเดอร์ Downloads
~5–20GB
System Data
~10–30GB
อื่นๆ
~5–15GB
เมื่อรู้แล้วว่าอะไรกินพื้นที่มากที่สุด ก็จัดการได้ตรงจุดเลย ไม่ต้องเดาสุ่ม
STEP 2 เทถังขยะให้หมด (จริงๆ นะ)
ฟังดูง่ายมาก แต่หลายคนลบไฟล์แล้วไม่เคยเทถังขยะเลย ไฟล์ที่ลบไปทั้งหมดยังคงอยู่ในเครื่องจนกว่าจะเทถังขยะออก
คลิกขวาที่ไอคอนถังขยะใน Dock แล้วเลือก Empty Trash สำหรับ Mac เก่าที่มีไฟล์ในถังขยะเยอะ แค่นี้ก็คืนพื้นที่ได้ 10–20GB ทันที
💡 เคล็ดลับ
ตั้งค่าให้ Mac ลบไฟล์ในถังขยะอัตโนมัติทุก 30 วัน ไปที่ Finder → Settings → Advanced แล้วเปิดใช้งาน “Remove items from the Trash after 30 days”
STEP 3 จัดการโฟลเดอร์ Downloads
โฟลเดอร์ Downloads คือมุมที่ถูกมองข้ามมากที่สุดใน MacBook คนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดไฟล์มาใช้ครั้งเดียวแล้วลืมมันไปเลย พอเวลาผ่านไปโฟลเดอร์นี้กลายเป็นสุสานของไฟล์ installer เก่า, PDF, ไฟล์ ZIP และ disk image
เปิด Finder แล้วไปที่โฟลเดอร์ Downloads จัดเรียงตาม ขนาด (คลิกหัวคอลัมน์ Size ใน List view) คุณจะเห็นทันทีว่าไฟล์ไหนตัวการ ระวังพวกนี้เป็นพิเศษ:
- ไฟล์ .dmg — disk image สำหรับติดตั้งแอป ติดตั้งเสร็จแล้วไฟล์นี้ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ลบได้เลย
- ไฟล์ .zip และ .pkg — เช่นกัน ถ้าแตกไฟล์หรือติดตั้งแล้ว ลบได้ทันที
- ไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ — วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา, การบันทึกหน้าจอ และการบันทึก Zoom สะสมเร็วมาก
- เอกสารและ PDF เก่า — statement ธนาคาร, ใบเสร็จ และฟอร์มต่างๆ ที่ดาวน์โหลดมาตั้งแต่หลายปีก่อน
STEP 4 ลบแอปที่ไม่ได้ใช้
แอปพลิเคชัน โดยเฉพาะซอฟต์แวร์สร้างสรรค์อย่าง Final Cut Pro, Logic, Adobe และเกมต่างๆ มักมีขนาดใหญ่มาก แค่เกมที่ไม่ได้เล่นเกมเดียวอาจกิน 20–50GB เลยทีเดียว
ไปที่ System Settings → General → Storage แล้วกดปุ่ม Info (ⓘ) ข้างแอปพลิเคชัน macOS จะแสดงรายการแอปทั้งหมดเรียงตามขนาด พร้อมบอกว่าเปิดใช้งานครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ถ้าแอปไหนไม่ได้เปิดมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ลบทิ้งได้เลย
⚠ สำคัญมาก
อย่าแค่ลากแอปไปทิ้งในถังขยะ — หลายแอปทิ้งไฟล์ support, cache และ preferences ไว้กระจัดกระจายทั่วระบบ ใช้แอปฟรีอย่าง AppCleaner (freemacsoft.net) เพื่อค้นหาและลบไฟล์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
STEP 5 ล้าง Cache และ Log ของระบบ
macOS สร้างไฟล์ cache อยู่ตลอดเวลา ทั้ง browser cache, app cache, system log และไฟล์ชั่วคราวต่างๆ ไฟล์เหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อให้ระบบทำงานเร็วขึ้น แต่เมื่อสะสมไปหลายปีก็กินพื้นที่ไปโดยเปล่าประโยชน์
ล้าง cache ของผู้ใช้ด้วยตัวเองได้โดยเปิด Finder แล้วกด Cmd + Shift + G พิมพ์ ~/Library/Caches แล้วเลือกทุกอย่างภายในและลบ macOS จะสร้างไฟล์ที่จำเป็นขึ้นมาใหม่เอง
💡 วิธีที่ง่ายกว่า
แอปฟรีอย่าง OnyX (titanium-software.fr) ช่วยทำความสะอาด cache ได้อย่างปลอดภัยและมีการอัปเดตรองรับทุก macOS เวอร์ชัน ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือดูแล Mac ที่เชื่อถือได้มากที่สุด และไม่มีค่าใช้จ่าย
STEP 6 จัดการคลังรูปภาพ
สำหรับคนส่วนใหญ่ Photos คือตัวกินพื้นที่มากที่สุด รูปภาพจาก iPhone ที่สำรองข้อมูลไว้หลายปี, ไฟล์ RAW และรูปที่ถ่ายซ้ำกัน รวมกันได้ง่ายๆ หลายสิบกิกะไบต์
- เปิด iCloud Photos — ถ้ามี iCloud storage เปิดใช้งาน
Photos → Settings → iCloud → Optimise Mac StoragemacOS จะเก็บต้นฉบับความละเอียดสูงไว้ใน iCloud และเก็บไฟล์ขนาดเล็กไว้บนเครื่อง ช่วยคืนพื้นที่ได้เป็นสิบๆ GB - ลบรูปซ้ำ — macOS Ventura ขึ้นไปมีอัลบั้ม Duplicates ในตัว เปิด Photos แล้วหา Duplicates ใน sidebar จากนั้น merge หรือลบได้เลย
- ตรวจสอบวิดีโอขนาดใหญ่ — ไปที่
Photos → View → Sort by File Sizeไฟล์วิดีโอมักเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดและย้ายไปเก็บไว้ใน external drive ได้ง่าย - เทถังขยะใน Photos — เหมือนกับถังขยะปกติ รูปที่ลบใน Photos จะยังอยู่จนกว่าจะเทอัลบั้ม Recently Deleted ในแอป
STEP 7 จัดการ “System Data”
หมวด “System Data” ใน macOS Storage มักเป็นส่วนที่สับสนที่สุด และบางทีก็ใหญ่ที่สุดด้วย มันเป็นหมวดรวมสำหรับทุกอย่างที่ macOS ไม่ได้จัดหมวดไว้ที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Time Machine local snapshots, ข้อมูลสำรอง iOS, ไฟล์ developer และ virtual machine
ลบ backup iPhone และ iPad เก่า: ไปที่ System Settings → General → Storage → iOS Files ถ้าสำรองข้อมูล iPhone ไว้ใน Mac คุณอาจมี backup เก่าหลายอันนั่งรอลบอยู่ เก็บไว้แค่อันล่าสุดอันเดียวพอ
ลบ Time Machine local snapshots: ถ้าใช้ Time Machine macOS จะเก็บ snapshot ไว้ในเครื่องด้วย ลบออกได้โดยเปิด Terminal แล้วพิมพ์:
tmutil deletelocalsnapshots /
ทำได้อย่างปลอดภัย — ข้อมูลสำรองจริงใน external drive ไม่ได้รับผลกระทบ
ทำความสะอาดไฟล์ developer: ถ้าใช้ Xcode หรือเครื่องมือพัฒนาแอป simulator runtime และ derived data อาจกินพื้นที่ถึง 20–50GB ใน Xcode ไปที่ Settings → Platforms แล้วลบ simulator runtime ที่ไม่ได้ใช้ออก
🔧 หมายเหตุจากช่าง
ถ้า System Data ของคุณเกิน 50GB และหาไม่เจอว่ามันคืออะไร ลองใช้แอป DaisyDisk (มีรุ่นทดลองใช้ฟรี) มันจะแสดงแผนที่ visual ของไดรฟ์ทั้งหมดและบอกได้เลยว่าแต่ละกิกะไบต์อยู่ที่ไหน เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการหาตัวการที่ซ่อนอยู่
BONUS ใช้ iCloud Drive โอนเอกสารขึ้นคลาวด์
ถ้าพื้นที่ไม่พอเป็นประจำ วิธีแก้ปัญหาระยะยาวที่ดีที่สุดคือย้ายโฟลเดอร์ Documents และ Desktop ขึ้น iCloud macOS จะเก็บไว้บนคลาวด์อัตโนมัติ และเก็บเฉพาะไฟล์ที่ใช้งานล่าสุดไว้บนเครื่อง
ไปที่ System Settings → Apple ID → iCloud → iCloud Drive → Options แล้วเปิดใช้งาน Desktop & Documents Folders ด้วย iCloud storage 200GB ที่มีราคาไม่ถึง 100 บาทต่อเดือนในไทย นี่คือวิธีที่ทำให้ MacBook มีพื้นที่เก็บเอกสารแทบไม่จำกัด
- ทำได้ทันที — เทถังขยะ, ล้าง Downloads, ลบแอปที่ไม่ใช้
- ใช้เวลาหน่อย — ล้าง cache ด้วย OnyX, จัดการคลัง Photos, ลบ backup iPhone เก่า
- แก้ปัญหาระยะยาว — เปิด iCloud Photos และ iCloud Drive เพื่อโอนพื้นที่อัตโนมัติ
- ถ้าทำแล้วยังไม่พอ — ลองนำเครื่องมาให้ช่างตรวจสอบ อาจมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่
💡 ต้องเหลือพื้นที่ว่างเท่าไหร่?
macOS ต้องการพื้นที่ว่างอย่างน้อย 10–15% ของไดรฟ์ทั้งหมดเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่น สำหรับ MacBook 256GB หมายความว่าต้องเหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย 25–38GB ตลอดเวลา ถ้าต่ำกว่านั้นประสิทธิภาพจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ลองแล้วยังไม่หาย?
ถ้าทำครบทุกขั้นตอนแล้ว MacBook ยังเต็มอยู่ ลองนำเครื่องมาให้เราตรวจสอบ เราจะหาสาเหตุที่แท้จริงและช่วยหาทางออกที่ดีที่สุดให้คุณ
นัดตรวจสอบฟรี
รับเครื่องได้เลย ไม่ต้องนัดล่วงหน้า · กรุงเทพฯ
Need Professional Help?
Book a free diagnostic at our Bangkok repair centre. Same-day service available.
Book Free Diagnostic